วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อุทยานแห่งชาติทับลาน


อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235.80 ตารางกิโลเมตร





พืชพรรณและสัตว์ป่า 
อุทยานแห่งชาติทับลาน มีสังคมพืชที่จัดเป็นป่าลุ่มต่ำที่มีความสมบูรณ์มากสามารถจำแนกได้ 4 ประเภท คือ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้ง จัดเป็นสังคมพืชที่มีการซ้อนทับกันของลักษระทางนิเวศของป่าภาคกลางและป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าชุกชุมป่าเต็งรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานมีสภาพเป็นป่าโปร่ง ขาดแคลนแหล่งน้ำ มีต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจายทั่วพื้นที่และมักจะมีลำต้นเล็กและเตี้ย พืชพื้นล่างเป็นพวกหญ้าเพ็ก หญ้าคา และสาบเสือ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น เต็ง รัง เหียง พลวง ฯลฯ ป่าเบญจพรรณ จะมีไม้ต่างชนิดขึ้นปะปน และจะพบไผ่ขึ้นปนมากมาย มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น แดง ตะแบกใหญ่ ประดู่ มะกอก ชิงชัน ฯลฯ พืชพื้นล่างที่สำคัญ เช่น ไผ่กาย โด่ไม่รู้ล่ม เป็นต้น ป่าผลัดใบเหล่านี้ในช่วงฤดูฝนไม้พื้นล่างจะผลิใบอ่อนเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์กินพืช ได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่า และนกที่อาศัยพื้นที่นี้ได้แก่ ไก่ป่า เหยี่ยวชิครา นกแขกเต้า นกหัวขวาน สัตว์เลื้อยคลานที่พบได้แก่ ตะกวด และแย้ เป็นต้น ป่าดงดิบชื้น พบขึ้นอยู่ทั่วไปในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 400-1,000 เมตร





ป่าลาน 
เป็นป่าลานผืนใหญ่แห่งสุดท้ายของประเทศไทย มีต้นลานซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ในวงศ์ปาล์ม มีใบใหญ่เป็นรูปพัดคล้ายใบตาล ซึ่งช่อดอกจะออกที่ยอดเมื่อมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป มีดอกเป็นจำนวนมากกว่าล้านดอกในแต่ละช่อ และใช้เวลา 1 ปีกว่า ช่อดอกจะบานและติดผลกลมสีเขียว เมื่อผลแก่ร่วงลงพื้นจะงอกเป็นต้นใหม่ ปล่อยให้ต้นแม่ตายลง ต้นลานเป็นไม้โตช้าและแพร่กระจายอยู่ไม่มาก ปัจจุบันจึงพบเห็นต้นลานได้ค่อนข้างยาก
กิจกรรม -ชมพรรณไม้ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ






น้ำตกห้วยใหญ่ 
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สวยงาม สูงประมาณ 50 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร หน้าผาตรงบริเวณน้ำตกโค้งเป็นมุม 150 องศา น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 79 ประมาณ 6 กิโลเมตร
กิจกรรม -เที่ยวน้ำตก
น้ำตกห้วยคำภู 
อยู่ในท้องที่ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทางห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ประมาณ 20 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลำธารที่มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ ด้านล่างเป็นฝายน้ำล้นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
กิจกรรม -เที่ยวน้ำตก
น้ำตกบ่อทอง 
น้ำตกบ่อทอง อยู่ในท้องที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทางห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ประมาณ 6 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน) ในฤดูแล้ง น้ำจะค่อนข้างน้อย
กิจกรรม -เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก
น้ำตกสวนห้อม ห้วยขมิ้น ห้วยใหญ่ใต้ 
อยู่ในท้องที่ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวันครราชสีมา ห่างจากถนนสาย 304 ประมาณ 6 กิโลเมตร น้ำตกมีลักษณะเป็นหน้าผา สูงประมาณ 50 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร น้ำตกมีความสวยงามมากในฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคม - กันยายน ในฤดูแล้งน้ำจะค่อนข้างน้อย บริเวณใกล้เคียงน้ำตกทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้จัดสถานที่กางเต็นท์อยู่บนเนินเขาไว้บริการนักท่องเที่ยว จากจุดกางเต็นท์นี้สามารถมองเห็นน้ำตก ทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติได้อย่างดี นับเป็นสถานที่กางเต็นท์ที่นักท่องเที่ยวน่าไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง 
กิจกรรม -แค็มป์ปิ้ง - ชมทิวทัศน์ - เที่ยวน้ำตก 
เขามะค่า 
เขามะค่า อยู่ในท้องที่ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางเป็นทางขึ้นเขา ชมทัศนียภาพได้ตลอดเส้นทางที่เดินทาง เหมาะสำหรับคณะนักศึกษา นักเรียนที่จะมาทัศนศึกษานอกโรงเรียน มีสถานที่กางเต็นท์มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมทิวทัศน์บนภูเขาที่สวยงาม 
กิจกรรม -แค็มป์ปิ้ง - ชมทิวทัศน์ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ  

เขื่อนลำมูลบนอุทยานแห่งชาติทับลาน 
อยู่ในเขตอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 บริเวณกิโลเมตรที่ 92 เข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 30 เมตร ได้มีการพัฒนาบริเวณของเขื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำเป็นหาดบริเวณท้ายเขื่อน เรียกว่า หาดจอมทอง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน นั่งตากอากาศ ลงเล่นน้ำ ล่องแพ และขึ้นไปชมทิวทัศน์บนเขาจอมทอง
กิจกรรม -ชมทิวทัศน์ - ล่องแพ/ล่องเรือ
ลำแปรง 
ห่างจากอำเภอครบุรี ประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสัตว์ป่า ดูนก เข้าค่ายของนักเรียน นักศึกษา มีบ้านพักรับรอง มีสถานที่กางเต็นท์ เส้นทางสามารถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติปางสีดาได้
กิจกรรม -แค็มป์ปิ้ง - ดูนก - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ 
เขื่อนลำปลายมาศ 
ระยะทางห่างจากตัวอำเภอเสิงสาง ประมาณ 17 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม คือ หาดชมตะวันที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานร่วมกับอำเภอเสิงสาง จัดทำแหล่งท่องเที่ยวในปีอะเมชซิ่งไทยแลนด์ ที่เขื่อนลำปลายมาศ มีการล่องเรือ แพ มีหาดทรายเล่นน้ำ หาดยาวประมาณ 300 เมตร เหมาะสำหรับที่จะท่องเที่ยวแบบครอบครัว แบบหมู่คณะ ทางอุทยานแห่งชาติมีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ
กิจกรรม -แค็มป์ปิ้ง - ชมทิวทัศน์ - ล่องแพ/ล่องเรือ 
น้ำตกเหวนกกก 
อยู่ในเขตอำเภอนาดี มีทางเข้าอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป 4 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าขึ้นเขาต่อไปอีก 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากลานผากว้าง สูง 20 เมตร แล้วไหลลดหลั่นต่อไปตามลานหินอย่างสวยงาม แต่มีน้ำเฉพาะช่วงหน้าฝนเท่านั้น
สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติทับลาน
ตู้ ปณ. 37 อ. กบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี 25110
โทรศัพท์ 0 3721 9408 อีเมล reserve@dnp.go.th

การเดินทาง
รถยนต์ 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน อยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 197 กิโลเมตร จากสี่แยกกบินทร์บุรีใหม่ ตามถนนสายกบินทร์บุรี - โคราช เดินทางประมาณ 32 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน
รถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีหมอชิต (สถานีขนส่งสายเหนือ) สายกรุงเทพฯ - กบินทร์บุรี ลงที่กบินทร์บุรี จากนั้นต่อรถโดยสารสายกบินทร์บุรี - โคราช ไปอีก 32 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ติดกับถนนใหญ่
ที่พักแรม/บ้านพัก 
มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง
- บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทล.2 (ลำปลายมาศ) 1 หลัง
- บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทล.11 (ไทยสามัคคี) 1 หลัง
- บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทล.13 (สวนห้อม) 1 หลัง
สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ 
มีพื้นที่กางเต็นท์อยู่บนเนินเขาไว้บริการนักท่องเที่ยว บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทล.13 (สวนห้อม) จากจุดกางเต็นท์นี้สามารถมองเห็นน้ำตก ทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติได้อย่างดี นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง

 ข้อมูลจาก http://www.moohin.com/023/023a001.shtml

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันได 5 ขั้นสู่ชีวิตใหม่ที่มีค่าและเป็นสุข

บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน 

                    ในแต่ละวันให้นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่าย ๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดี ๆ และให้นึกซ้ำ ๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และต้องอวยพรตัวเองเสมอ ๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ


 

บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี 
                 ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่า ทุก ๆ คน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขา ซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคตและชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ ถ้าคุณทำเป็นนิสัย คุณจะพบว่า
โลกนี้มีสิ่งที่ดี ๆ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่าง ๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต 

บันไดขั้นที่ 3 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด 
                 คือการอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมันไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตาม จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่า ในอนาคตจะต้องทำให้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น คุณต้องเลิกจดจำ หรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต เท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำ   อีก 

 

บันไดขั้นที่ 4 มีความหวังและเชื่อว่าอนาคตจะดีเสมอ 
                 ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อย ๆ หรือได้ยินบ่อย ๆ จงนึกและบอกกับตัวเองเสมอว่า อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อย ๆ จะส่งผลให้เกิดกำลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว มีอารมณ์ขัน และไม่จริงจังกับชีวิตมากนัก แต่จะมีความหวังที่ดีๆ (Good Hope) อยู่เสมอ แต่อย่ามีความคาดหวัง (Expectation) กับชีวิต เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิต เรามักจะกลัวหรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวัง หรือเมื่อได้มาแล้วก็มักไม่พอใจ จึงอาจทำให้เกิดทุกข์ได้ 

บันไดขั้นที่ 5 ปรับปรุงตัวเองเสมอ โดยปรับปรุง 4 ส่วนที่มีความสำคัญต่อชีวิต คือ 
                    1. การงาน ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัว และกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ 
จะทำให้มีการลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตได้เรื่อย ๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน 

                    2. ครอบครัว จะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกัน คือ ไม่อิจฉา ไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ
รู้จักการให้และการอภัย มีน้ำใจ และรู้จักเกรงใจกัน 

                    3. สังคม หมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสำคัญกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพูดจากันแบบปิยะวาจา 

                    4. ตนเอง ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ และมีกำลังใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดี


 ที่มา  นิตยสารเกษตรศาสตร์

ความทุกข์กับกุหลาบแห่งชีวิต

ความทุกข์กับกุหลาบแห่งชีวิต


เวลาเรา ไปซื้อดอกกุหลาบ เราจะซื้อตอนที่ดอกมันตูมๆ เมื่อปักแจกันไปวันต่อๆมามันก็จะบานออกสวยงาม ถ้าดอกตูมยิ่งใหญ่ ดอกบานจะใหญ่และงามตามไปด้วย

 คนเรา ชีวิตคนที่ อัดแน่นไปด้วย ปัญหา ความทุกข์ ความขมขื่น บางครั้งเรารู้สึกว่าปัญหา มันช่างทับถมเราตลอดเวลา บีบคั้นเรารอบด้าน จนเราแทบจะถอดใจยอมแพ้!!

แต่จำไว้ ความทุกข์ไม่ทำ
ให้เรา"ตาย" แต่ทำให้เรา"โต" ( Growing Pain ) ชีวิต ที่เต็มไปด้วย ความทุกข์ ความขมขื่น ปัญหา ความบีบคั้น ฯลฯ ก็จะทำให้ชีวิตของเรา งดงาม!!! เมื่ออุปสรรค ความทุกข์ยาก ผ่านไป.. เราจะพบกับความหวานชื่น ความสุข.. แล้วดอกไม้ของชีวิตเราจะบานออกอย่างสวยงาม!! และส่งกลิ่นหอมจรุงใจ... ยิ่งทุกข์มากเท่าใด กุหลาบของชีวิตเราจะงดงามกว่าใครใคร... 
เปรียบ เทียบ กุหลาบดอกตูม เช่นเดียวกับชีวิต
 เราจะยินดีต้อนรับ " ความทุกข์" ที่มาเยือน เพราะมันทำให้ชีวิตเรา มีคุณค่า .... 
ไม่มี"ความทุกข์" ก็จะไม่รู้จัก "ความ
สุข"..... 
ไม่เคย"ล้ม" ก็จะ "ลุก" ไม่เป็น.....
 
ไม่เคย "ขมขื่น" ก็จะไม่รู้จักคำว่า "หวานชื่น"
 
ไม่โดน "บีบคั้น" ก็จะไม่รู้ว่า "อิสระ" นั้นดีเพียงใด.....
 
ไม่"อกหัก" ก็จะไม่รู้จัก"ถนอมความรัก" เอาไว้....
 
ไม่"ร้องไห้" ก็จะไม่รู้จัก "หัวเราะ"....
 
ไม่ "สูญ
เสีย" ก็จะไม่เห็น "คุณค่า" ของสิ่งที่เรามีอยู่ .... 

  ความทุกข์ทั้งปวงทำให้ ชีวิตเรางดงามเช่นเดียวกับ........ the rose...... 

ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต(ธัมมทินน์)

 
แล้วถ้าเราได้แกะดูภายในดอกตูมเรา จะเห็นเลยว่า ภายในดอกตูมจะมีกลีบกุหลาบมากมาย ทับซ้อนและอัดกันแน่นมากๆ ยิ่งดอกใหญ่เท่าไร มันก็จะมีกลีบที่อัดแน่นมากเป็นทวีคูณ 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำ ตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศด้วยอาณาเขตอันกว้างขวาง ประกอบไปด้วยภูเขาสูง หน้าผา น้ำตกเอราวัณ และน้ำตกอื่น ๆ ถ้ำ และทิวทัศน์ที่งดงามตามธรรม ชาติ ทั้งการคมนาคมที่สะดวก จึงทำให้อุทยานฯ เอราวัณ เป็นที่นิยมของ นักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีเนื้อที่ประมาณ 550 ตารางกิโลเมตร หรือ 343,750 ไร่
ประวัติความเป็นมา



น้ำตกเอราวัณ เป็นลักษณะน้ำตกที่มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตร ติดต่อกันซึ่งแบ่งออกเป็นชั้น ๆ ได้ 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละ ชั้นมีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยว ทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคบไม้ สายธาร น้ำที่ไหลตกลดหลั้นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เสี่ยงสาดซ่า คลอเคล้าด้วยส่งเสียงเรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียกเอาความมีคุณค่าของป่า เขาลำเนาไพรซึบซับเข้าสู่อารมณ์ผู้ใฝ่หาความสันโดษ และรักธรรม ชาติโดยแท้จริง ในชั้นที่ 7 อันเป็นชึ้นบนสุดของน้ำตก เมื่อมีน้ำตก ไหลบ่าจะมีรูปคล้ายหัวช้างเอราวัณ จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า “ น้ำตกเอราวัณ ”

น้ำตกผาลั่น เป็นน้ำตกชั้นเดียวจะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

ถ้ำพระธาตุ เป็นถ้ำมืดที่สวยงาม มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 790 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน แห่งชาติประมาณ 12 กิโลเมตร



ลักษณะภูมิประเทศ

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันอยู่ สูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 165 - 996 เมตร สลับกับพื้นที่ราบโดย ภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน (Lime Stone) ในแถบตะวัน ออกของพื้นที่จะยกตัวสูงขึ้นเป็นแนว โดยเฉพาะบริเวณใกล้น้ำ ตกเอราวัณจะมีลักษณะเป็นหน้าผา ในพื้นที่ซีกตะวันออกนี้จะมี ลำห้วยที่สำคัญคือ ห้วยม่องไล่ และห้วยอมตะลา ซึ่งไหลมาบรร จบกันกลายมาเป็น น้ำตกเอราวัณ ทางตอนเหนือของพื้นที่จะพบ ห้วยสะแดะและห้วยหนองมน โดยห้วยสะแดะจะระบายน้ำลงสู่ เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนห้วยหนองมนจะไหลไปรวมกับห้วยไทร โยค ก่อให้เกิดน้ำตกไทรโยคส่วนทางทิศใต้เป็นต้นกำเนิดของลำ ห้วยหลายสาย เช่น ลำห้วยเขาพัง เป็นต้น ก่อให้เกิดน้ำตกที่สวย งาม ซึ่งเรียกว่า น้ำตกเขาพัง หรือน้ำตกไทรโยคน้อย
5614292 - 4 ต่อ 724,725 หรือติดต่ออุทยานแห่งชาติ โดย



ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศของ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ
1. ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
2. ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
3. ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
แต่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตก เฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือช่วยพัดพาให้เกิดฝน แต่เนื่องจาก พื้นที่อยู่ในเขตเงาฝน จึงมีปริมาณฝนตกไม่มากนัก และอากาศค่อน ข้างร้อน จากลักษณะอากาศดังกล่าว จึงไม่เป็นปัญหาต่อการเที่ยวชม อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
สภาพป่าmuj น้ำตกเอราวัณ ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่ สำคัญ ได้แก่ มะค่าโมงตะเคียนทอง ประดู่ กว้าว มะกอก ตะแบก ฯลฯ นอกนั้นเป็นป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ คือ เต็ง รัง เหียง พลวงพยอม มะค่า แต้ เป็นต้น
สัตว์ป่าประกอบด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ นกแว่น นกกระแต แต้เว๊ด ไก่ฟ้าพญาลอ นกกระปูด นกกางเขนดง นกสาริกา นกขุนทอง ชะนี กวาง อีเก้ง ไก่ป่า หมูป่า กระต่ายป่า กระรอกบิน เสือ เป็นต้น

การเดินทาง
การเดินทางไป น้ำตกเอราวัณ สามารถใช้เส้นทางได้ 2 ทาง คือ
1. เริ่มต้นจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมาย เลข 323 ถึงเขตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการ อุทยานฯ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 66 กิโลเมตร ถึง น้ำตกเอราวัณ
2. ถ้าเดินทางมาจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณ บ้านวังใหญ่อยู่ตอนใต้ของน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัด ออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 323 อีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
สิ่งอำนวยความสะดวก

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีบ้านพักและค่ายพักแรมไว้บริการนักท่อง เที่ยว จำนวน 8 หลังดังนี้
ชื่อบ้านพัก คน/ห้อง ราคา

บ้านหิรัญญิกา 10/3 800 บาท
บ้านหลังแฝด 16/3 1,000 บาท
บ้านมังตาล 10/2 500 บาท
บ้านริมแคว 4/1 250 บาท
บ้านสะแกดง 4/1 250 บาท
ค่ายพัก 1,2,3 50/1 500 บาท
ขอติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเพื่อไปเที่ยวที่ น้ำตกเอราวัณ ได้ที่ฝ่ายบริการบ้านพัก ส่วนอำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 5797223 , 5795734 หรือ

10 ห้องสวีทโรงแรมที่ที่แพงที่สุดในโลก ประจำปี2009

"Wealth Bulletin" เผยผลสำรวจ 10 ห้องสวีทโรงแรม แพงที่สุดในโลก ประจำปี 2009
เมื่อปีที่แล้ว ห้องสวีทโรงแรมที่แพงที่สุดในโลกคือ "Ty Warner Penthouse" ของโรงแรม โฟร์ ซีซั่น ในกรุงนิวยอร์ค แต่ในปีนี้มีเซอร์ไพรส์ เมื่อห้อง "รอยัล เพสท์เฮ้าส์ สวีท" ของโรงแรมเพรสสิเดนท์ วิลสัน ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกอัพราคาขึ้นมาแซงหน้า จนกลายเป็นห้องพักโรงแรม "แพงที่สุดในโลก" ประจำปี 2009
ขณะ ที่อันดับท็อปเทนของปีนี้มีรายชื่อโรงแรมใหม่ๆ ติดโผเข้ามาหลายแห่งด้วยกัน อาทิ ห้อง "เพรสสิเดนท์ สวีท" ของโรงแรม Cala di Volpe ใน Sardinia ประเทศอิตาลี ห้อง "Villa La Cupola Suite" ของโรงแรม Westin Excelsior ในกรุงโรม และห้อง "เพรสสิเดนท์ สวีท" ของโรงแรมริทซ์-คาร์ตัน ในกรุงโตเกียว
 อันดับที่ 1 ห้อง "Royal Penthouse Suite" ของโรงแรม President Wilson Hotel ในกรุงเจนีว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อัตราค่าห้องพักคืนละ $65,000 (2.21 ล้านบาท)



ห้อง "รอยัล เพนท์เฮ้าส์ สวีท" ของโรงแรม เพรสสิเดนท์ วิลสัน ในกรุงเจนีวา ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นห้องพักโรงแรม "แพงที่สุดในโลก" ประจำปี 2009
ห้องดังกล่าวนอกจากจะมีราคาแพงเป็นพิเศษแล้ว ด้านการบริการก็ถือว่าสุดยอดเช่นกัน เพราะท่านประธานโรงแรมจะเป็นผู้รับจองห้องพักดังกล่าว และต้อนรับลูกค้าคนสำคัญด้วยตนเอง ส่วนสาเหตุที่ห้อง "รอยัล เพนท์เฮ้าส์ สวีท" มีราคาแพงมหาโหดขนาดนี้ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางมาก เรียกว่าครอบครองชั้นบนสุดของโรงแรมแบบเหมายกชั้นเลยทีเดียว

ภาย ในห้องพักดังกล่าวประกอบด้วย ห้องนอน 4 ห้อง (ที่มองเห็นวิวอันสวยงามของทะเลสาปเจนีวา และเทือกเขามองต์ บลังค์) ห้องน้ำ 6 ห้อง ลิฟต์ส่วนตัว ฯลฯ และเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาเข้าพัก ซึ่งมักเป็นบุคคลสำคัญระดับโลก และบรรดาผู้นำประเทศ หน้าต่างและประตูทุกบานภายในห้องสวีทแห่งนี้ จึงเป็นวัสดุกันกระสุนทั้งสิ้น



ห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกภายใน "รอยัล เพนท์เฮ้าส์ สวีท"



อันดับที่ 2 ห้อง "Ty Warner Penthouse" ของโรงแรม Four Seasons Hotel ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

อัตราค่าห้องพักคืนละ $35,000 (1.16 ล้านบาท)




ถึงแม้ว่าห้อง "Ty Warner Penthouse" จะมีราคาแพงแสนแพง แต่โฆษกของโรงแรม โฟร์ ซีซั่นส์ ยืนยันว่า ห้องดังกล่าวยังคงได้รับความนิยมและมีแขก วีไอพี มาเข้าพักอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) เป็นต้นมา
ห้อง สวีท "Ty Warner Penthouse" ของโรงแรม โฟร์ ซีซั่นส์ ในกรุงนิวยอร์ค เป็นที่พักสุดหรูขนาด 9 ห้อง บริเวณผนังได้รับการตกแต่งประดับประดาด้วยเปลือกหอย "mother-of-pearl" รวมทั้งสิ้นหลายพันชิ้น ภายในห้องพักประกอบด้วย สปาส่วนตัว ห้องสมุด ส่วนแบบเซนทั้งด้านในและด้านนอก ตลอดจนแกรนด์เปียโน ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางมุมหนึ่งของห้อง โดยมีผนังกระจกขนาดใหญ่และวิวของกรุงนิวยอร์คเป็นแบล็คกราวด์



สปาส่วนตัวในห้อง Ty Warner Penthouse



อันดับที่ 3 ห้อง "The Presidential Suite" ของโรงแรม Cala di Volpe ใน Costa Smeralda,Sardinia ในประเทศอิตาลี
อัตราค่าห้องพักคืนละ $34,000 (1.13 ล้านบาท)




ห้อง "Presidential Suite" ของโรงแรม "Cala di Volpe" ในประเทศอิตาลี มีราคาเฉลี่ยราวๆ $34,000 หรือประมาณ 1.16 ล้านบาทต่อคืน แต่ในช่วงไฮซีซั่น(ฤดูร้อน)บางปี ราคาห้องสวีท "Presidential Suite" แห่งนี้ อาจมีราคาสูงถึง $45,000ต่อคืน หรือประมาณ 1.53 ล้านบาทเลยทีเดียว
"Presidential Suite" เป็นห้องสวีทแบบเล่นระดับ มีพื้นที่ทั้งหมด 2,500 ตารางฟุต ประกอบด้วย 3 ห้องนอน ห้องยิมส่วนตัว สตรีมรูม และตู้เก็บไวน์ นอกจากนี้ บริเวณชั้นบนสุดของห้อง (ดาดฟ้า) ยังมีเทอร์เรซกว้างขวาง พร้อมสระว่ายน้ำ (เค็ม) กลางแจ้งอีกด้วย




หนึ่งในห้องนอน ภายในห้อง The Presidential Suite



อันดับที่ 4 ห้อง "Villa La Cupola Suite" ของโรงแรม Westin Excelsior ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี
ราคาค่าห้องพักคืนละ $31,000 (1.03 ล้านบาท)




ห้องสวีท "Cupola" ของโรงแรม "Westin Excelsior" ได้รับการตกแต่งแบบโรมันอย่างหรูหราและเต็มพิกัด ภายในประกอบด้วย โดม อ่างจากุซซี่ส์ สไตล์ปอมเปอี ภาพวาดสีน้ำมันบนผนังและเพดาน หน้าต่างสเตนกลาส ฯลฯ
ห้องสวีทสุดหรูแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นที่ 5-6 ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 6,099 ตารางฟุต ไม่นับรวมระเบียงด้านนอกและเทอร์เรซ (สำหรับชมวิวย่านVia Veneto) ซึ่งมีพื้นที่รวมกันอีกประมาณ 1,808 ตารางฟุต




มุมสบายภายใน "Villa La Cupola Suite" ที่โรงแรม Westin Excelsior



อันดับที่ 5 ห้อง "The Presidential Suite" ของโรงแรม Ritz-Carlton ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
อัตราค่าห้องพักคืนละ $25,000 (830,000 บาท)




ห้อง "Presidential Suite" มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,368 ตารางฟุต ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของตึกสูงที่สุดในกรุงโตเกียว ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิ และภูเขารบปงหงิ ตลอดจนบรรยากาศของกรุงโต้กียว

นอกจากห้องพักที่หรูหราราคาแสนแพงแล้ว แขกที่มาพักยังสามารถสั่ง"ค็อกเทลแพงที่สุดในโลก" ซึ่งก็คือ มาร์ตินี "Diamonds-Are-Forever" ราคาแก้วละกว่า 5 แสนบาท มาจิบเล่นแก้เซ็งได้อีกด้วย




ห้องนั่งเล่นใน "Presidential Suite"



อันดับที่ 6 ห้อง "The Bridge Suite" ของโรงแรม The Atlantis ประเทศ บาฮามัส
อัตราค่าห้องพักคืนละ $22,000 (730,000 บาท)




" บริดจ์ สวีท" (Bridge Suite) คือห้องสวีทขนาด 10 ห้อง ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสองอาคาร บนชั้นที่ 23 ของโรงแรมแอตแลนติส ในประเทศบาฮามัส ภายในห้องพักประกอบด้วยพื้นหินแอน แกรนด์เปียโน โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ ที่ทำมาจากทอง 22 กะรัต ฯลฯ
ก่อน หน้านี้ห้อง "บริดจ์สวีท" มีฉายาว่า "ไมเคิ้ล แจ็กสัน สวีท" เพราะสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ไมเคิล แจ็กสัน มักแวะเวียนมาพักที่ห้องนี้เป็นประจำ ปีนี้ราคาห้องดังกล่าวลดลงจาก $25,000 (850,000 บาท) เมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ที่ $22,000 หรือกว่า 7 แสนบาท แถมยังสามารถต่อรองราคาได้อีกต่างหาก

เห็นลดราคาแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าทางโรงแรมแอตแลนติสกลัวว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ แล้วห้องพักจะขายไม่ออก แต่เป็นเพราะต้องการให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจเท่านั้น เนื่องจาก "บริดจ์ สวีท" ถือเป็นห้องพักพิเศษสุด ที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ลูกค้าคนพิเศษจริงๆ ถึงขนาดที่ไม่เคยโฆษณาหรือโปรโมทห้องดังกล่าวเลยแม้แต่ครั้งเดียว



ห้องนอนที่หรูหราภายใน "บริดจ์ สวีท"



อันดับที่ 7 ห้อง "The Imperial Suite" ของโรงแรม Park Hyatt Vendome ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
อัตราค่าห้องพักคืนละ $20,000 (664,000 บาท)




ห้อง "อิมพีเรียล สวีท" ของโรงแรมปาร์ค ไฮแอตต์ ในกรุงปารีส มีพื้นที่ทั้งหมด 2,500 ตารางฟุต ประกอบด้วยห้องรับแขกขนาดใหญ่ ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องทำงาน ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในห้องพักยังมี "อิน สวีท สปา" ที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้เอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบสปาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย อ่างน้ำวน สตีมรูม และเตียงสำหรับนอนนวดอีกด้วย






อันดับที่ 8 ห้อง "Royal Suite" ของโรงแรม Burj Al Arab เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตต์
อัตราค่าห้องพักคืนละ $19,600 (650,000 บาท)




นับตั้งแต่สร้างเสร็จเมื่อกลางยุคปี 90 โรงแรมแห่งนี้ก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก เนื่องจากมีรูปทรงอาคารที่โดดเด่นคล้ายใบเรือ และตั้งอยู่บนเกาะเทียมสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์
ห้อง" รอยัล สวีท" ของโรงแรมนี้ตั้งอยู่บนชั้นที่ 25 ภายในห้องพักมีบันไดทำจากหินอ่อนและทองคำ พรมลายเสือดาว ลิฟท์ส่วนตัว และเตียงนอนซึ่งตั้งอยู่บนแท่นที่หมุนได้ เป็นต้น





อันดับที่ 9 ห้อง "Royal Armleder Suite" ของโรงแรม Le Richemond ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อัตราค่าห้องพักคืนละ $18,900 (627,000 บาท)




ห้อง "รอยัล อาร์มเลเดอร์ สวีท" ของโรงแรมเลอ ริชมอนด์ ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของคนเก่า ซึ่งเป็นคนในตระกูลอาร์มเลเดอร์อันมั่งคั่ง (เจ้าของคนปัจจุบันคือ ร็อคโค่ ฟอร์เต้ ได้ซื้อโรงแรมแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 2004)

ห้องสวีทดังกล่าวมีทั้งหมดสามห้อง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 2,500 ตารางฟุต อยู่บนชั้นที่ 7 ของโรงแรม และยังมีเทอร์เรซที่กว้างขนาด 1,000 ตารางฟุต ไว้ให้ชมวิวทิวทัศน์ของทะเลสาปเจนีวาในแบบพาโนรามา ภายในห้องพักยังมีเตาผิงแบบที่ใช้ท่อนไม้จริงๆ เป็นเชื้อเพลิง และมีหน้าต่างที่ทำด้วยกระจกกันกระสุน






อันดับที่ 10 ห้อง "The Ritz-Carlton Suite" ของโรงแรม The Ritz-Carlton ในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย

อัตราค่าห้องพักคืนละ $16,500 (550,000 บาท)





ปีนี้ค่าห้อง "The Ritz-Carlton Suite" ลดลงจากปีก่อนราว $500 (16,590 บาท) ห้องนี้มีเนื้อที่ 2,370 ตารางฟุต สไตล์การตกแต่งเป็นแบบจักรวรรดิรัสเซีย สามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลายแห่งรวมทั้ง พระราชวังเคลมลิน และจตุรัสแดง

ภายในห้อง นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบเหลือเฟือแล้ว ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาไว้รองรองรับบรรดาเศรษฐีและบุคคลสำคัญระดับโลกอย่างเช่น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ห้องนิรภัย" ที่มีไว้สำหรับหลบหนีการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ที่ภายในมีระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงานแบบแยกเป็นอิสระออกจากระบบรวมของโรงแรม ทั้งยังมีอุปกรณ์เพื่อการติดต่อสื่อสาร สำหรับติดต่อขอความช่วยเหลืออีกด้วย





หมายเหตุ: ราคาดังกล่าว "Wealth Bulletin" ได้ทำการสำรวจเอาไว้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นราคาค่าที่พักต่อคืน (รวมภาษี)


ขอบคุณข้อมูลจาก


กำลังใจดีๆให้ตัวเอง

กำลังใจดีๆ ให้ตัวเอง


.. ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า 
การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต
ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป 
ที่จะทำให้สิ่งที่ตนฝัน ..
.. คนที่ไม่เคยหิว 
ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม
ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว 
ย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..
.. อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง 
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ 
เหตุผลขอคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน 
อีกคนนึง ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า 
ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร 
ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น 
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป 
หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ 
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..
.. คนเรา 
ไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง 
แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้น 
ที่ได้ทำ ..
หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย 
หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า

บทความจาก
http://www.watsuthatschool.com/viteput/

มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง

  สตรีนักวิทย์ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุด พบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ มั่นใจงานวิจัยสามารถพัฒนาเป็นยามะเร็งประสิทธิภาพสูงในอนาคต

 รศ.ดร.รมิดา วัฒนโภคาสิน ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เปิดเผยว่า ใช้เวลากว่า 2 ปีศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งจากสมุนไพร หลังจากเชื่อว่าสมุนไพรบางชนิด อาทิ มังคุด ขมิ้นชัน ใบพุทรา สามารถต้านเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ ผลจากการทดสอบพบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตาม

สารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัมดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ

นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ศึกษาเทคนิคการรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด โดยนำสารสกัดจากมังคุดใส่ในเม็ดบีดขนาดจิ๋วระดับนาโน จากนั้นอาศัยไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนตัวและไม่เป็นอันตราย เป็นตัวนำเม็ดบีดนั้นเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถที่จะประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง ส่วนสารสกัดจากสมุนไพรขมิ้นชันและใบพุทรา ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

ทั้งนี้ จากผลงานการศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดจากสมุนไพร กับการทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการผลิตเป็นยามะเร็งประสิทธิภาพสูงต่อไปในอนาคต จึงส่งผลให้ รศ.ดร.รมิดา วัฒนโภคาสิน ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสตรีนักวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2547 จากลอรีอัล โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย 1.5 แสนบาท



http://www.numwan.com/health/view.asp?GID=28